เทศบาลตำบลบ้านธาตุ

เทศบาลตำบลบ้านธาตุ

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บึมสนั่น! บั้งไฟหมื่นอุดรฯ ตกใส่บ้านคน ไฟไหม้วอด2ล้าน

        
    
      จังหวัดอุดรธานี เกิดเหตุระทึกบั้งไฟหมื่นที่จุดบูชา “ประเพณีบุญบั้งไฟล้านตำนานม้าคำไหล” ต.บ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ไม่ทะยานขึ้นฟ้าจนสุด แต่กลับพุ่งตกลงมาใส่บ้านประชาชนจนลุกไหม้วอดไปทั้งหลัง เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ค่าเสียหายร่วม2ล้าน แต่ก็ยังโชคดีไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิต  น.ส. เอมอร ตรีรัตน์ เจ้าของบ้าน จึงอยากเรียกร้องให้ผู้จัดงานออกมารับผิดชอบ ด้วยการช่วยเหลือเยียวยาบ้างและแม้ว่าจะเกิดเหตุขึ้น ตนก็ยังอยากให้มีประเพณีบุญบั้งไฟเหมือนเดิม 
           
      ต่อมานายพุทธกาล พันธ์ทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านธาตุและคณะ ในฐานะผู้จัดงานบุญบั้งไฟ ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้เสียหายพร้อมกับกล่าวว่า คณะกรรมการจัดงานพร้อมที่จะรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยแม้ว่าจะได้วางแผนป้องกันไว้แล้ว เบื้องต้นได้เรียกประชุมกรรมการเพื่อหาวิธีให้ความช่วยเหลือ โดยทางคณะกรรมการได้ทำประกันภัยไว้ในวงเงิน 1ล้านบาทต่อ 1 บั้ง แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อวัน อย่างไรก็ตาม ค่าเสียหายส่วนที่เหลือคณะกรรมการจะได้ประชุมพิจารณา เพื่อช่วยเหลือในจำนวนที่ผู้เสียหาย
พึงพอใจมากที่สุด




ปู่พระศรีมหาธาตุ


เทศบาลตำบลบ้านธาตุ

   ประวัติความเป็นมา


           ตำบลบ้านธาตุ ชื่อเดิม "บ้านธาตุโพนบก" เรียกตามชื่อของ "พระธาตุ" ที่ตั้งอยู่วัด ศรีเจริญโพนบก มีมาแต่สมัยขอม ขณะนั้นประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน คือ 1.บ้านโพนบก 2.บ้านโพธิ์เรียน 3.บ้านเป้า ปี พ.ศ. 2463 จึงจัดตั้งเป็น ต.บ้านธาตุ ปัจจุบันแบ่งการปกครองเป็น 20 หมู่บ้าน นายชาญณรงค์  จดธิสาร เป็นกำนันคนปัจจุบัน


   สภาพทั่วไป
          
         เทศบาลตำบลบ้านธาตุ  ตั้งอยู่บ้านธาตุ  ตำบลบ้านธาตุ  อำเภอเพ็ญ  จังหวัดอุดรธานี สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านธาตุ  ตั้งอยู่หมู่ที่ 1  บ้านธาตุ  อยู่ห่างจากตัวอำเภอเพ็ญ ประมาณ 7  กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดอุดรธานี  ประมาณ  40 กิโลเมตร มีพื้นที่  ประมาณ   92 ตารางกิโลเมตร หรือ 57, 732  ไร่ ยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาล ตามพระราชบัญญัติ ยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาล 

ประเพณีบุญบั้งไฟล้าน บ้านธาตุอำเภอเพ็ญ

         
          งานบั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล เป็นงานบุญบั้งไฟของชาวบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี  มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยจะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปี เพื่อถวายแด่องค์พระศรีมหาธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ชาวตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และชาว ต.สองห้อง อ.เมือง จังหวัดหนองคาย
          บุญบั้งไฟที่ อ.บ้านธาตุ จะต่างจากที่อื่นๆ ไปเพราะมีม้าคำไหลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กล่าวคือ ม้าคำไหลเป็นม้าฑัณทะกะที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เมื่อทรงออกผนวช ดังมีตำนานเล่าว่า พ่อตู้สมศรีผู้พบซากปรักพังของบ้านธาตุ และพบพระธาตุเจดีย์ จึงได้นำพรรคพวกญาติพี่น้อง และผู้สมัครรักใคร่มาร่วมทำการบูรณะปฏิบัติพระธาตุเจดีย์ และสร้างบ้านธาตุขึ้นใหม่ขึ้น ชาวบ้านจึงได้แต่งตั้งให้เป็น พระศรีธาตุ ปกครองบ้านเมือง ต่อมาวันหนึ่งได้นิมิตว่า "มีชายแต่งกายสีขาวมาบอกให้ไปซื้อม้าขาวตัวหนึ่งที่อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านโดยอย่าต่อรองราคา เมื่อซื้อแล้วให้ขี่กลับมาได้เลย เพราะเป็นม้าพระพุทธเจ้า" จึงปฏิบัติตามและก็เป็นจริงตามที่ฝัน เดิมทีพ่อตู้ศรีขี่ม้าไม่เป็น แต่สามารถขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว ถือได้ว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ พ่อตู้สมศรีได้ขี่ม้าขาวฑัณทะกะตัวนี้ออกเยี่ยมเยียนราษฎรตลอดมาให้ได้รับความผาสุขได้อย่างรื่นไหลไม่ติดขัด มีค่าเสมือนทองคำ จึงขนานนามม้าฑัณทะกะว่า “ม้าคำไหล”


ตำนานม้าคำไหล (ม้าคำไหล)

          ม้าคำไหล เป็นวัฒนธรรมความเชื่อ ที่ชาวบ้านธาตุยึดมั่น สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ม้าคำไหลเป็นม้าไม้จำลองที่สมมุติทำขึ้นขนาดเท่าแขนคน มีลักษณะเหมือนม้าก้านกล้วย ส่วนหัวคล้ายม้า ลำตัวกลมยาวประมาณ 60 เซนติเมตร มีพู่หาง ไม่มีขา ใช้ขี่โดยคนทรง เพื่อร่วมกิจกรรมขบวนแห่บั้งไฟล้าน ของชุมชนบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ในวันเพ็ญเดือน 6 และแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ม้าคำไหลเป็นกิจกรรมเข้าทรงที่จะขาดหรือละเว้นไม่ได้ ทั้งนี้เพราะการละเล่นของม้าคำไหล จะมีผลต่อการอยู่ดีกินดีและความผาสุกร่มเย็นของชาวบ้าน หากละเว้นจะเกิดมีอาเพศ หรือเกิดอุบัติภัยต่างๆ นาๆ ขึ้น

          ม้าคำไหล เป็นกิจกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่สืบทอดกันมาแต่บรรพกาล เสียดายที่ไม่มีบันทึกหลักฐานที่ชัดเจน แต่จากการสอบค้นตำนานเมืองเพ็ญ และมีการเล่าต่อๆ กันมา พอจะสันนิษฐานได้ว่า มีมาในสมัยพระศรีธาตุ หรือพ่อตู้สมศรีระหว่าง พ.ศ.2390 หรือประมาณ 161 ปีมานี่เอง จำเดิมมีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ม้าคำไหล คือ ม้าฑัณทกะที่นายฉันนะใช้เป็นพาหนะนำพระเจ้าสิทธัตถะทรงออกผนวช และเมื่อทรงผนวชแล้ว จึงให้นายฉันนะนำม้าฑัณทกะกลับวัง แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ปรากฏ ม้าฑัณทกะได้เสียชีวิตระหว่างทาง แต่ด้วยบุญบารมีของพระเจ้าสิทธัตถะได้บันดาลให้ไปจุติเป็นเทพ ซึ่งในกาลต่อมาวิญญาณม้าฑัณทกะดังกล่าวได้มาเข้าทรงชาวบ้านธาตุเพื่อร่วมบูชาแถนในงานประเพณีบุญบั้งไฟด้วย จึงต้องจัดทำม้าจำลอง และจัดหาคนทรงขี่ม้าจำลองร่วมในขบวนแห่งานบุญบั้งไฟของบ้านธาตุตลอดจนถึงปัจจุบัน